ยาสอด แก้อาการปวดท้องประจำเดือน?

ยาสอด แก้อาการปวดท้องประจำเดือน?

เบื่อไหม กับอาการปวดท้องประจำเดือนในทุกเดือน บางทีระหว่างเดือนก็ปวดอีก ไม่รู้สาเหตุว่ามันเกิดมาจากอะไร หงุดหงิดใช่ไหมล่ะ สาว ๆ หลายคนน่าจะพบเจอกับปัญหา เม็นไม่มา ประจำเดือนมาไม่ปกติ ขาด ๆ หาย ๆ บางคนไม่มาหลายเดือนจนคิดว่าตัวเองท้อง แต่พอประจำเดือนมาทีก็ปวดท้องจนแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้น มีหลายคนสงสัยเกี่ยวกับ ยาสอด ว่ามันสามารถเป็นช่วยในการปวดท้องประจำเดือนได้หรือไม่ เราไปดูกันเลยดีกว่า

 

ข้อดีของการใช้ยาสอด

ดูดซึมง่าย ออกฤทธิ์เร็ว

ใช้เฉพาะจุดได้ผลดี

เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ ในผู้ป่วยที่ไม่สามารถกินยาเองได้

 

ข้อเสียของการใช้ยาสอด

ขั้นตอนยุ่งยาก ซึ่งผู้ป่วยอาจจะไม่สามารถทำได้ด้วยตัวเอง เพราะยาอาจจะละลายและรั่วไหลออกมาจากบริเวณช่องคลอด

ไม่เหมาะกับผู้ป่วยที่เป็นโรค หัวใจเต้นผิดจังหวะ เคยผ่าตัดบริเวณช่องคลอดหรือทวารหนัก เป็นต้น

จริง ๆ ยาสอดไม่ได้ช่วยให้เราปวดประจำเดือนน้อยลงอย่างที่ใครหลายคนเข้าใจผิด ถ้าอยากให้เลือดไหลเวียนดี เม็นมาแบบไม่ติดขัด เราต้องต้องใช้ยาขับเลือด เพราะยาสอดส่วนใหญ่เค้าจะนิยมใช้กับกลุ่มคนที่มีปัญหาเรื่องตกขาว หรือาจจะใช้กับคนท้องในบางกรณี เช่น กรณีที่ต้องการให้คลอดก่อนกำหนดเป็นต้น แต่มันก็ต้องอยู่ที่แพทย์วินิจฉัยด้วยนะ ว่าสามารถใช้ยาตัวนี้ได้ไหม หรือว่ามันจะมีผลข้างเคียงอะไรหรือเปล่า

 

ยาสอด กับ ยาขับเลือด ควรใช้อะไรดี

มันก็แล้วแต่นะว่าเราใช้ในกรณีไหน แล้วแต่อาการของแต่ละคน ซึ่งต้องไปตรวจก่อนนะ ยาเหล่านี้จะซื้อแบบสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้ ต้องมีคนแนะนำให้ใช้ก่อน แต่เบื้องต้นส่วนใหญ่คนที่ใช้ยาสอด จะเป็นคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับตกขาว ช่องคลอด หรือในผู้ชายก็จะใช้สอดทวาร หรือคนที่ไม่สามารถกินยาด้วยตัวเองได้ก็จะใช้ยาสอดนั่นเอง ส่วนยาขับเลือดนั้น ส่วนใหญ่เค้าจะใช้กับคนที่ประจำเดือนมาไม่ปกติ ประจำเดือนมาแบบ ขาด ๆ หาย ๆ กิน เพราะยากลุ่มนี้จะมีหน้าที่ขับเลือดที่มันขังอยู่ในมดลูกให้ออกมาปกติ ไม่ติดขัดนั่นเอง

หรือถ้าหากว่าใครยังไม่แน่ใจว่าตัวเองควรจะใช้ยากลุ่มไหนดี ก็ลองไปปรึกษาคนในครอบครัวเพื่อไปหาแพทย์และให้แพทย์ทำการวินิจฉัยโรคของคุณ ว่าที่คุณเป็นอยู่นั้นสามารถใช้ยาตัวไหนได้บ้างถึงจะไม่อันตราย แพทย์จะได้แนะนำให้คุณด้วยว่ายาแต่ละชนิดนั้นต้องใช้แบบไหน ยังไง

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ยาสอด เหมาะกับใคร?

ยาสอดมีกี่ชนิดกันนะ

 

 

https://www.cytotank.org/blog/read/39