การทำแท้งเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดในทุกประเทศ กับผู้คนทุกชนชั้นทางเศรษฐกิจ แต่จะเกิดมากกว่าในประเทศกำลังพัฒนา ประมาณว่า แต่ละปีมีการทำแท้งที่ไม่ปลอดภัยอยู่ราว 25 ล้านครั้ง ซึ่งแทบทั้งหมดเกิดในประเทศกำลังพัฒนา และราว 8 ล้านกรณี เกิดในสภาวะที่ปลอดภัยน้อยมากหรือถึงขั้นอันตราย คลินิกเถื่อนบางแห่งใช้วิธีการสอดใส่วัสดุเข้าไปทางปากช่องคลอด วิธีเหล่านี้มีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนถึงขั้นเสียชีวิตได้ เนื่องจากจะติดเชื้อในกระแสเลือด เกิดการอักเสบ มีภาวะช็อก ตกเลือดไม่หยุด เพราะมดลูกทะลุ

วิธีทำแท้งตามสถานที่ทำแท้งเถื่อนมีหลายวิธี

  1. ใช้แรงกดบีบเค้นที่หน้าท้อง

    เป็นวิธีการสมัยโบราณ คล้ายการทำคลอดโดยหมอตำแย ทั้งบีบเค้นใช้แรงกระแทกที่หน้าท้อง มักใช้กับรายที่อายุครรภ์มากหน่อย มดลูกจะมีขนาดโตพอที่สามารถใช้แรงกดถึงได้ จึงมีความเสี่ยงสูง เสี่ยงต่อมดลูกแตกได้ ปัจจุบันมักจะไม่ใช้วิธีนี้

  2. กินยา

    โดยทั่วไปเวลาไปซื้อยามากิน มักจะเป็นฮอร์โมน หรือที่เรียกกันว่ายาขับเลือด ยาสตรีต่างๆ ยาขับระดู ยาขับเด็ก แต่ขับไม่ออกถ้าตั้งครรภ์จริง แต่ถ้าขาดระดูเนื่องจากสาเหตุของฮอร์โมนการกินยาขับจะทำให้ระดูมาได้ เข้าใจผิดว่าเป็นการทำแท้ง แต่ความจริงไม่ได้ตั้งครรภ์
    ปัจจุบันมียากินที่สามารถทำให้แท้งบุตรได้ เป็นยาควบคุมแล้ว  ชื่อว่าไซโตเท็ก

  3. เหน็บยา

    ยาไซโตเท็กเป็นยารักษาโรคกระเพาะชนิดหนึ่งเมื่อกินเข้าไปทำให้แท้งได้ และต่อมาก็พบว่ายานี้ออกฤทธิ์ที่มดลูกได้ จึงมีคนนำมาใช้เพื่อการทำแท้ง โดยวิธีการเหน็บในช่องคลอด
    อย่างไรก็ตาม การกินยาหรือเหน็บยาในอายุครรภ์ 3 เดือนแรกขณะที่รกยังสร้างขึ้นมาไม่เสร็จจะทำให้รกไม่ลอกตัวออกมาเป็นตัวรกทั้งหมดได้ อาจทำให้เลือดออกกะปริดกะปรอยไม่หยุด จนต้องมาพบแพทย์และจำเป็นต้องขูดมดลูกให้เศษรกหลุดจากผนังมดลูกทั้งหมด เลือดจึงจะหยุดได้

  4. ฉีดสารเข้าทางหน้าท้อง

    เป็นการฉีดสารเข้าไปในโพรงมดลูกโดยตรง (เช่น กลูโคสเข้มข้นหรือน้ำเกลือเข้มข้น) และอื่นๆ (เช่น สารพิษ) มักจะใช้กรณีที่ตั้งครรภ์และอายุครรภ์ระยะไม่เกิน 6 เดือน เป็นการกระตุ้นให้มดลูกหดรัดตัวให้ทารกแท้งออกมา ส่วนใหญ่ไม่ต้องขูดมดลูกตามมานอกจากบางรายที่ชิ้นส่วนยังมีติดค้างไม่หลุดออกมาหมด แต่การทำแท้งวิธีนี้เสี่ยงต่อแม่มาก เพราะหลายครั้งผู้ทำแท้งก็ฉีดมั่วจนตายทั้งแม่ทั้งลูก ปัจจุบันพบน้อยลง

  5. ใส่อุปกรณ์หรือฉีดสารเข้าทางช่องคลอด

    อาจเป็นสายยาง หรือใช้สายสวนปัสสาวะใส่เข้าไปผ่านทางช่องคลอดผ่านปากมดลูกเข้าไปในโพรงมดลูก และฉีดสารบางอย่างเข้าไปกัดเซาะเนื้อเยื่อทารกและรกในโพรงมดลูก บางรายใช้น้ำยาล้างพื้นที่มีฤทธิ์เป็นด่างชนิดแรงหรือกรดที่กัดทั้งเนื้อเยื่อปกติของร่างกายด้วย เป็นอันตรายอย่างมาก รวมทั้งวิธีการขูดมดลูกซึ่งเป็นวิธีที่เลียนแบบแพทย์ตัวจริงมาใช้

การขูดมดลูก

การขูดมดลูกโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญถือเป็นการยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัยที่สุด อุปกรณ์ที่ใช้คือตัวขูดเนื้อยาวประมาณ 1 ฟุต ตรงปลายก้านจะมีลักษณะคล้ายที่ขูดมะพร้าว ผู้หญิงนั่งบนขาหยั่ง ผู้ทำแท้งจะเปิดแหวกช่องคลอดด้วยเครื่องถ่าง แล้วใช้เครื่องมือยึดปากมดลูกไว้ จากนั้นเอาที่ขูดแหย่เข้าไปขูดในมดลูก ปัญหาที่ตามมาหลังขูดมดลูกมีหลายอย่างคือ

  • มีเนื้อในมดลูกหลงเหลืออยู่ เนื้อพวกนี้ก็จะพยายามหลุดลอกตัวออก แต่คนที่โชคไม่ดี เนื้อเหล่านี้อาจทำให้หลุดไม่ดี หรือไม่หลุดออก ก็จะมีเลือดไหลออกมาเรื่อยๆ ไม่หยุด บางคนไหลเป็นเดือนๆ กว่าจะหลุดออกมาหมด
  • ติดเชื้อ (ตรงไปตรงมา) เครื่องมือและคนทำ
  • มดลูกทะลุ การทำแท้งเถื่อนมักขูดมดลูกไม่ถูกวิธี ใช้อุปกรณ์ที่อาจจะไม่ถูกต้อง หรือไม่ได้มีการฆ่าเชื้อโรคที่ถูกวิธี ส่วนใหญ่มักขูดไปเลย และมีไม่น้อยที่ทะลุ โชคดีก็ปิดได้เอง โชคร้ายอาจติดเชื้อในท้องหรือกระเพาะทะลุก็มี ส่วนใหญ่มักจะมีอาการมาด้วยเรื่องเลือดไหลออกทางช่องคลอด

หลังทำแท้งแล้วมีปัญหาก็มักจะรอนานเพราะไม่กล้ามาตรวจ กว่าจะตัดสินใจไปพบแพทย์ก็มักจะมาช้ามากจนกระทั่งมีการติดเชื้อที่รุนแรงหรือเสียเลือดไปมากจนกระทั่งอาจทำให้ระบบการแข็งตัวของเลือดผิดปกติไป ผู้ป่วยอาจจะไม่กล้าบอกหมอว่าไปทำแท้งมา อาจจะกลัวแพทย์ต่อว่า จึงมักบอกแพทย์ว่าเป็นอย่างอื่น เช่น ล้มในห้องน้ำ ยกของหนัก เกิดอุบัติเหตุ ขับรถเครื่องแล้วเบรกแรงๆ ตกบันไดการรักษาผู้ที่ทำแท้งแล้วเกิดอันตราย แพทย์จะให้ทั้งยาฆ่าเชื้อและวัคซีนบาดทะยัก

ภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้น หากส่งไปยังโรงพยาบาลไม่ทันโอกาสเสียชีวิตค่อนข้างสูง แต่หากถึงมือหมอทันเวลาก็อาจต้องตัดมดลูก ส่งผลให้ไม่สามารถมีบุตรได้ในอนาคต

ใส่ความเห็น

Close Menu